หงส์ยักษ์ วัดห้วยลึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

หากใครที่ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวภาคใต้โดยใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เมื่อเข้าสู่เขตตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ก็คงจะเคยได้เห็นหงส์ยักษ์สีทองตัวใหญ่ที่ตั้งยืนเด่นเป็นสง่าฝั่งถนนขาเข้าจังหวัดอยู่ริมทางหลวงแน่นอน

ถึงแม้จะอยู่ไกลแต่ด้วยความที่ถนนบริเวณนั้นจะมีช่วงหนึ่งที่เป็นเนินและความสูงของหงส์ทำให้สามารถเห็นได้ชัด และยิ่งรู้สึกน่าค้นหาเมื่อหงส์ตัวนี้ตั้งอยู่หน้าวัดห้วยลึกเสมือนเป็นแลนด์มาร์ก

แต่ความจริงแล้วหงส์ยักษ์วัดห้วยลึกไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้คนลงมาเที่ยวถ่ายรูปหรือเพื่อแสดงว่ามาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้วแต่อย่างใดเลย แต่ยังมีตำนานเล่าขานที่ชวนให้น่าพิศวงเสียด้วย

– จุดกำเนิดของหงส์ยักษ์วัดห้วยลึก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ชาวบ้านอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้เล่าสืบต่อกันมาว่า “หงส์ยักษ์” ได้ถูกสั่งสร้างโดย “พระครูไพศาล” เจ้าอาวาสวัดห้วยลึกอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยใช้ทีมช่างจากบ้านหนองหอยเป็นผู้สร้าง โดยการนำเหล็กที่เป็นวัสดุซึ่งเคยใช้สร้างทางรถไฟเก่ามาทำเชื่อมต่อเป็นโครงเหล็กและใช้ปูนโบกปั้นตามแบบที่พระครูต้องการจนกลายมาเป็นรูปร่างหงส์ยักษ์ที่แต่ก่อนมีสีขาว

ลักษณะของหงส์ยักษ์นั้นจะหันหน้าออกไปทางถนนเพชรเกษม ซึ่งขนาดความยาวของปากหงส์ที่แหลมมากจนออกมากลางถนนเลยทีเดียว

ความจริงแล้วหงส์ยักษ์วัดห้วยลึก ถูกสร้างขึ้นมาก่อนจะมีถนน ซึ่งตอนนั้นบริเวณวัดยังคงเป็นสวนป่าและมีหมู่บ้านประปราย

เมื่อมีการสร้างและขยายถนนทางหลวงจึงทำให้กินพื้นที่หน้าวัดจนบรรจบกับจุดที่สร้างหงส์พอดี ด้วยที่มาไม่แน่ชัดและวัสดุต่าง ๆ ก็ทำเอาหลายคนเริ่มจะขนลุกกันเสียแล้ว

– ตำนานหงส์ยักษ์ที่ล่ำลือกันมาปากต่อปาก

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับหงส์ที่วัดห้วยลึกนี่ได้มีประวัติเล่าต่อกันมายาวนาน ซึ่งประวัติหงส์ตัวนี้มันเคยมีโซ่ ล่ามเอาไว้ที่ขามันด้วย มีความเชื่อกันว่าเหตุผลที่จะต้องล่านโซหงส์ตัวนี้นั่นก็คือ ในสมัยอดีตชาวบ้านก็ได้พบว่าหงส์ตัวนี้มันได้หายไปและมันก็ได้กลับมาพร้อมกับรอยเลือดที่ติดอยู่ตรงบริเวณปากของมัน

เมื่อหลวงพ่อได้เห็นหงส์ตัวนี้ได้หลุมออกไปและได้กลับมาพร้อมกับคาบเลือดที่ปาก ท่านจึงได้สั่งให้นำโซ่มาล่ามไว้เพื่อไม่ให้มันหนีไปไหนได้อีก

บ้างก็ว่าเหตุผลที่จะต้องล่ามโซหงส์ตัวนี้เพราะ เนื่องจากว่าในอดีตหงส์ตัวนี้นั้นมันสามารถบินได้ ทำให้ชาวบ้านที่สัญจรไปมาเกิดประสบอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ท่านกลัวว่าผู้ที่ได้สัญจรในบริเวณนั้นอุบัติเหตุจึงได้นำโซ่มาล่ามขสมันไว้

ในระยะแรกของการสร้างถนนทางหลวงเพชรเกษมเพื่อเดินทางลงใต้ เจ้าหน้าที่ต่างเคยลงความเห็นกันว่าอยากให้มีการทุบหงส์ยักษ์ตัวนี้ แต่เพราะเป็นเสมือนจิตวิญญาณของวัดและชาวบ้าน ซึ่งอยู่มาก่อนที่จะมีถนน จึงไม่สามารถทำได้

และยิ่งมีเรื่องเล่าขานชวนขนลุกของหลายคนที่บอกต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็ยิ่งทำให้ไม่มีใครกล้าไปแตะต้องหงส์ยักษ์วัดห้วยลึกเข้าไปใหญ่
ตั้งแต่พวกนายช่างที่ต่างก็ฝันเห็นหงส์ยักษ์ตัวนี้จะมากระทบตนที่จะรื้อถอนออก ไหนจะงูยักษ์ที่อยู่บนปากของหงส์ยักษ์ด้วย แต่ที่หลายคนเจอกันมากที่สุดในสมัยก่อนจนเล่าตรงกันคือ…

ในขณะที่กำลังขับรถผ่านหงส์ยักษ์ตอนกลางคืนบนถนนเพชรเกษมกลับเจอหงส์วิ่งออกมาบนถนนตัดหน้ารถจนเกือบเสียหลัก

ในอดีตหงส์ตัวนี้จะมีวัตถุคล้ายๆกับระฆังหรืออะไรสักอย่างที่มันห้อยลงมาจากปากหงส์ แต่เนื่องจากได้เกิดเหตุระฆังที่ห้อยอยู่ตรงปากมันล่นลงมาทับพระเสียชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำรอย จึงจำเป็นที่จะต้องนำสิ่งนี้ออกจากปากหงส์ไป

ชาวบ้านที่ได้พักอาศัยอยู่แถวนั้นพวกเขามักจะพบเห็นเรื่องแปลกๆของหงส์ตัวนี้กันอยู่บ่อยครั้ง และชาวบ้านหลายคนก็เชื่อกันว่าหงส์ตัวนี้มันเดินได้จริง เพราะมีหลายคนเคยเห็นว่าหงส์ตัวนี้มันเคยไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน

ในอดีตได้เล่าต่อๆกันมาว่าเคยมีคนที่ขับรถผ่านไปมาและได้เห็นหงส์ตัวนี้มันได้เดินข้ามไปอีกฝั่งของถนน ซึ่งถ้าหากว่าขับรถมาจากทางเหนือถนน หงส์จะตั้งอยู่ทางขวามือ ถ้าเกิดว่าขับรถมาทางใต้หงส์จะตั้งอยู่ทางซ้ายมือ แต่มีผู้ที่พบเห็นหงส์ว่าข้ามมาอยู่อีกฝั่งหนึ่งซึ่งมันเป็นไปได้อย่างไง ยังไม่มีใครรู้ แต่บ้างก็ว่าเฉพาะผู้ที่มีบุญเท่านั้นที่จะได้เห็นสิ่งนี้

บางตำนานก็บอกว่าไม่มีใครทำการไหว้หรือให้อาหารมันจึงออกไปจับคนมาเป็นเครื่องบูชาตัวเอง จนในช่วงนั้นทุกเช้าชาวบ้านที่ผ่านมามักจะตกใจที่เห็นปากของหงส์มีคราบสีแดงเหมือนเลือดตลอด
ทางวัดห้วยลึกจึงได้ทำการล่ามโซ่ไว้ที่ขาหงส์ ทาสีใหม่เป็นสีทอง และสร้างหงส์ลูกไว้เคียงคู่กันเพื่อไม่ให้หงส์ยักษ์เหงาจนออกไปเพ่นพ่านสร้างอันตรายแก่ผู้คนอีก

แต่บางตำนานก็บอกว่าการที่หงส์ยักษ์ตัวดังกล่าวนั้นหลุดออกไปก็เพราะว่าหงส์ยักษ์นั้นต้องการออกไปตามหาลูก แต่เมื่อหลวงพ่อได้มีการนำรูปปั้นหงส์ขนาดเล็กมาวางไว้ใกล้ๆกับหงยักษ์นับตั้งแต่นั้นก็ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกเลย เพราะว่าหงส์ยักษ์นั้นมีลูกอยู่ใกล้ๆ มันจึงไม่ออกไปทำร้ายผู้คนอีกต่อไป ปัจจุบันโซ่ที่ล่ามหงส์ตัวนี้เอาไว้ไม่มีอยู่แล้ว เพราะว่ามันไม่ต้องบินหรือเดินออกไปไหนแล้ว

– หงส์ยักษ์วัดห้วยลึกในปัจจุบัน

ผู้คนที่เดินทางบนถนนเพชรเกษมและผ่านหงส์ยักษ์มักจะต้องแวะถ่ายรูปหงส์เก็บไว้เป็นที่ระลึกเพื่อเป็นจุดเช็กอินว่าตัวเองได้มาถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์แล้ว หลายคนก็มักจะแวะมาจอดรถเพื่อนำดอกไม้มาไหว้ขอพรหงส์ยักษ์ด้วย

แม้เวลานี้จะไม่มีใครประสบพบเจอกับเรื่องราวพิศวงเหมือนในอดีตแล้ว แต่ทุกครั้งที่หลายคนขับรถผ่านยามสนธยาหรือกลางคืนก็มักจะรู้สึกระแวงเมื่อเห็นหงส์ยักษ์ที่ราวกับจ้องมองพวกเขาอยู่ดี

ที่มา : https://bit.ly/3ksyL22

ที่ตั้ง : อยู่ริมถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า ตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Google Map : https://bit.ly/3hO8cmj