ทนายดังเผยข้อกฎหมาย กระต่าย พรรณนิภา มีลูกกับครูเพลง


ทนายเกิดผล เผยข้อกฎหมายกรณี กระต่าย พรรณนิภา งานนี้ ครูไพบูลย์ เข้าข่ายพรากผู้เยาว์หรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างคดีเก่า ๆ มาเปรียบเทียบให้พิจารณา

กลายเป็นข่าวดังในวงการเพลงตลอดทั้งวัน หลังจาก กระต่าย พรรณนิภา นักร้องลูกทุ่งสาว วัย 17 ปี พร้อม ครูไพบูลย์ แสงเดือน เจ้าของค่ายและผู้จัดการส่วนตัว ร่วมกันแถลงข่าวว่า ได้ตั้งท้องและคลอดลูกแล้วจริง และมีการจดทะเบียนสมรสตอนที่กระต่ายอายุ 16 ปี ไม่มีประเด็นพรากผู้เยาว์แน่นอนนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 1 สิงหาคม 2564 นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ทนายเกิดผล แก้วเกิด ให้ความรู้เรื่องข้อกฎหมายใน หัวข้อ การที่ผู้จัดการส่วนตัวมีความสัมพันธ์กับนักร้องซึ่งในขณะนั้นยังเป็นผู้เยาว์ เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่ โดยเผยว่า ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ที่อายุมากกว่า 15 แต่ไม่เกิน 18 ปี แม้เด็กจะเต็มใจไปด้วยก็เป็นความผิด เพราะความผิดฐานพรากผู้เยาว์ กฎหมายมุ่งคุ้มครอง บิดา มารดา ผู้ดูแล ผู้ปกครอง บุคคลที่กล่าวมาจึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย

การพรากผู้เยาว์มาเพื่อการอนาจาร หรือร่วมประเวณี ย่อมถือว่าเป็นการพรากมาโดยไม่มีเหตุอันสมควรและหากฝ่ายชาย มีลูกเมียอยู่ก่อนแล้ว ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่า ชายนั้นไม่มีเหตุอันสมควร ที่จะพรากเด็กมา โดยอ้างว่า เพื่ออยู่กินกันฉันสามีภรรยาได้เลย

คำพิพากษาฎีกา ที่ 2545/2522 จำเลยซึ่งมีภรรยาและบุตรแล้วนัดพบกับผู้เยาว์ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงชั้น ม.ศ.3 อายุ 16 ปี กำลังเรียนอยู่ และได้ร่วมประเวณีกันทุกครั้งที่พบกัน ทั้ง ๆ ที่จำเลยไม่อยู่ในฐานะที่จะเลี้ยงดูผู้เยาว์ฉันสามีภรรยาได้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร แต่อาจไม่ผิดถ้าพรากมาโดยมีเจตนาเลี้ยงดูเป็นลูกเมียและขณะนั้นฝ่ายชายยังไม่มีภรรยา

คำพิพากษาฎีกาที่ 894/2538 จำเลยพา นางสาว จ. ผู้เยาว์ อายุ 17 ปี อยู่ในความปกครองไปค้างคืนนอกบ้าน และนางสาว จ. ยินยอมให้จำเลยกระทำชำเราด้วยความสมัครใจ โดย นางสาว จ. กับจำเลยรักใคร่ชอบพอกัน ประสงค์จะเป็นสามีภริยากัน เช่นนี้การกระทำของจำเลย ไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 319 วรรคแรก

ความผิดฐานพรากผู้เยาว์ เป็นความผิดสำเร็จ และเป็นความผิดต่อพ่อแม่ของผู้เยาว์ แม้ต่อมาชายหญิงจะจดทะเบียนสมรสกัน ก็ไม่ทำให้ความผิดนั้นกลายเป็นไม่ผิดแต่อย่างใด

มาตรา 319 ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท