ชีวิตสุดลำบาก กินข้าวคลุกน้ำปลา เขต ธาราเขต เล่าชีวิตวัยเด็ก

เขต ธาราเขต เล่าชีวิตวัยเด็กสุดลำบาก พ่อแม่แยกทางต้องกินข้าวกับน้ำปลา ปัจจุบันผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ สร้างอาชีพใหม่ขายต้นไม้รายได้หลายแสน

นักแสดงหนุ่ม เขต ธาราเขต เพ็ชร์สุกใส ที่ล่าสุดผันตัวเป็นนักแสดงอิสระอีกคนแล้ว เปิดเผยเส้นทางชีวิตวัยเด็กสุดลำบาก พ่อแม่แยกทาง ตัวเองเป็นเด็กปั๊ม พร้อมเปิดวีรกรรมความเกเรสุดขีด โดดเรียน ยกพวกตีกัน ตอนนี้เจ้าตัวเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างอาชีพใหม่ขายต้นไม้รายได้กว่าแสนบาท โดยทั้งหมดนี้ หนุ่มเขต มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

รายได้ขาด เห็นว่ากระทบถึงขั้นต้องขายของเลย? “ต้องบอกว่ามันโดนตั้งแต่ปีที่แล้วที่ทุกอย่างชะงักแบบเราไม่ได้ตั้งตัวเลย ถ้าเราไม่มีเงินเก็บจากละครเก่าๆ ที่ทำไว้ก็เหนื่อยเหมือนกัน ยอมรับว่าหมุนเงินไม่ค่อยทัน ก็จำเป็นต้องระบายของบางอย่าง”

อะไรบ้างที่บอกว่าเอาของในบ้านมาขาย? “มีทั้งรองเท้า เสื้อผ้าที่เราใส่ถ่ายรายการแล้ว เมื่อก่อนเป็นคนชอบรองเท้ามาก ตอนนี้ก็เบาลงแล้วครับ”

รองเท้าคู่ที่แพงที่สุดเท่าไหร่? “มีถึง 20,000 บาทครับ แต่เวลาขายก็ขายต่ำกว่าทุน ขายในราคาของร้อนตอนนั้นไปประมาณ 6-7 คู่ได้ครับ”

แล้วเวลาขายรู้สึกเสียดายไหม? “เสียดายครับ ผู้ชายส่วนใหญ่ถ้าคนรักรองเท้าจะรักมาก กว่าเราจะได้คู่นี้มา บางคู่เราต้องต่อแถวบ้าง ฝากคนซื้อมาจากต่างประเทศบ้าง แต่ช่วงนั้นก็ต้องยอม เพื่อความอยู่รอดของเรา”

เห็นว่านอกจากเอาของในบ้านมาระบายแล้ว ธุรกิจที่ทำไว้ก็ไปไม่รอดหมดเลย? “ตอนนั้นก็มีขายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพวกครีม คอสเมติก ก่อนช่วงโควิดเขตเคยทำเกี่ยวกับร้านชานม ด้วยคู่แข่งหลายๆ อย่าง เราเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างเล็ก เราสร้างแบรนด์ขึ้นมาเอง เรารู้สึกว่าสู้แบรนด์ใหญ่ไม่ได้ มันก็ปิดตัวลงไป ในเรื่องของพวกคอสเมติกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด มาร์กหน้าที่คีย์แบรนด์ขึ้นมาใหม่พยายามอยากเป็นเจ้าของแบรนด์เอง คิดสูตรเองต่างๆ คุยกับโรงงาน นำเข้ามาบ้าง มันก็ขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สุดท้ายมันก็ต้องพับโปรเจ็กต์เก็บไป”

แล้วเงินที่ลงไปทั้งหมดกับธุรกิจแต่ละอย่างจำนวนเท่าไหร่? “ผมว่ารวมๆ ทั้งหมดมีเป็นล้านนะครับ”

ตอนเราต้องตัดใจปิดกิจการแต่ละอันไปบอกตัวเองยังไง? “มันเป็นอีกหนึ่งอย่างให้เราได้เรียนรู้ ผมทำในช่วงอายุที่ค่อนข้างน้อย แล้วไม่ค่อยมีประสบการณ์มากพอ มันทำให้เรารู้ว่าการตลาดของแต่ละอย่างมันเป็นแบบไหน การจะไปซ้ายไปขวาต้องทำยังไงบ้าง ตลาดคอสเมติกต้องมีการวางแผนยังไงบ้าง เพราะว่าพอเราได้ล้ม เราก็ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เราล้ม ผมว่าต้องพลาดก่อน แล้วมันจะทำให้เรารู้ว่าต่อไปเราจะไม่ผิดพลาดเรื่องแบบนี้”

โควิดรอบ2 กับธุรกิจที่มาแรง ขายอะไร? “ขายต้นไม้ครับ ต้องบอกว่าเมื่อก่อนเขตชอบปลูกต้นไม้อยู่แล้ว เมื่อก่อนก็ซื้อเล่นๆ ซื้อต้นไม้มาประดับบ้าน เพราะด้วยความที่เขตเป็นคนต่างจังหวัด เรามากรุงเทพฯ ผมก็ได้ซื้อบ้านไว้เป็นทาวน์โฮม แล้วเรารู้สึกว่าทุกครั้งที่เรากลับไปบ้านที่ชัยนาทเราจะเห็นต้นไม้ที่คุณตาคุณยายเขาปลูก บ้านนอกเราจะเห็นพื้นที่สีเขียว แต่พอเรามากรุงเทพฯ เราอยู่เป็นทาวน์โฮม เขตก็เลยเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้เราดีไหม ทำงานเหนื่อยๆ มาได้เห็นอะไรที่มันสบายตา ก็เลยซื้อเล็กๆ น้อยๆ ตอนนั้นก็เริ่มจากยางอินเดีย”